ในประเทศเยอรมนี ปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จากรายงานของ German Blockchain Observatory พบว่ามีเพียง 15% ของสถาบันอุดมศึกษาเท่านั้นที่เปิดสอนคอร์สเกี่ยวกับคริปโท แต่ในโลกภายนอกนั้น มีเรื่องน่าตื่นเต้นให้ค้นพบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) หรือโทเคน NFTs แต่ใครกันล่ะที่จะมาให้ความรู้เหล่านี้กับนักศึกษา เมื่ออาจารย์ผู้สอนตัวเองยังยึดติดอยู่กับโลกการเงินแบบดั้งเดิม และใครกันที่จะมีเวลารออนุมัติหลายปี ขณะที่โลกคริปโทกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
โซเชียลมีเดียเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ แต่ก็มีความเสี่ยงอย่างมากเช่นกัน ฉันเองก็เคยเห็นคลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่อินฟลูเอนเซอร์ผู้ไม่รู้เรื่องการเงิ
นแต่อวดความรู้แนะนำการลงทุน และรู้ไหมว่าสิ่งที่แย่ที่สุดคือ คนรุ่นใหม่อย่างพวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรู้ของพวกเขายังอยู่ในระดับผิวเผิน วิดีโอติ๊กต็อกสักคลิปเกี่ยวกับการขุดบิทคอยน์อาจอธิบายวิธีการขุดโทเคนได้ แต่ใครกันที่จะเข้าใจผลกระทบทางเทคนิคและสิ่งแวดล้อมที่แท้จริงตามมา
แต่ก็ยังมีความหวัง เมื่อมหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มตระหนักว่าพวกเขากำลังตามหลังอยู่ โรงเรียน Frankfurt School ได้แสดงให้เห็นว่ามันสามารถเริ่มทำได้จริง โดยตั้งแต่ปี 2022 พวกเขาได้เปิดคอร์สรับรองความรู้ด้านสินทรัพย์คริปโท และ TU München ก็ได้ก่อตั้งห้องเรียนสำหรับเทคโนโลยี Distributed Ledger (DLT) ขึ้น นี่เป็นก้าวที่สำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอ
ปัญหาไม่ใช่เรื่องขาดความต้องการ แต่เป็นระบบการศึกษาที่ทำงานได้ช้ามาก ในขณะที่โลกคริปโทมีการปฏิวัติทุก ๆ เดือน มหาวิทยาลัยกลับใช้เวลาหลายปีในการปรับปรุงหลักสูตร โซเชียลมีเดียนั้นรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่น่าเชื่อถืออยู่ดี สิ่งที่เราต้องการคือหลักสูตรที่สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งไม่เพียงแค่ท่องจำทฤษฎี แต่ยังส่งเสริมให้เกิดกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
สุดท้ายแล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องบล็อกเชนหรือคริปโทโทเคนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการเตรียมเยาวชนให้พร้อมรับมือกับอนาคตดิจิทัล ซึ่งเราไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอัลกอริทึมเพียงอย่างเดียว
📰 อ่านต่อ
→ Lightning Node เวอร์ชันเก่า: ความเสี่ยงสูญเสียช่องทางการซื้อขายอย่างสมบูรณ์จากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ล่าช้า→ เหรียญดิจิทัลที่มีหลักประกัน: ทำไมข้อโต้แย้งของธนาคารจึงฟังไม่ขึ้น→ XRP พุ่งขึ้น 32% – ความหวือหวา ETF และกิจกรรมของวาฬขับเคลื่อนราคา