บริบทปัจจุบัน: ในปัจจุบัน การจะเก็บรักษาสินทรัพย์คริปโตได้ จำเป็นต้องผ่าน "qualified custodians" ซึ่งก็คือสถาบันที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบของธนาคารอย่างเข้มงวด ปัญหาก็คือ ผู้ให้บริการเก็บรักษาส่วนใหญ่ไม่ได้ให้บริการคริปโต หรือให้บริการแบบจำกัดเท่านั้น สำหรับนักลงทุนสถาบันแล้ว นี่หมายถึงการจัดการเอกสารที่มากเกินไปและขาดความยืดหยุ่น SEC กำลังพิจารณาว่าจะสามารถปรับปรุงกฎระเบียบเหล่านี้ได้อย่างไร ไม่ว่าจะด้วยการสร้างหมวดใบอนุญาตใหม่หรือปรับเปลี่ยนกฎระเบียบที่มีอยู่
ผู้เชี่ยวชาญอย่าง ดร. แอนนา-เลนา ครือเกอร์ จากมหาวิทยาลัยแฟรงค์เฟิร์ต มองเห็นศักยภาพในเรื่องนี้ว่า "การเก็บรักษาสินทรัพย์คริปโตเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยอมรับจากผู้เล่นรายใหญ่ หาก SEC สามารถสร้างกฎระเบียบที่ชัดเจนและเป็นไปได้จริงได้ การตลาดคริปโตอาจจะฟื้นตัวขึ้นอย่างแท้จริง" ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) ซึ่งเป็นกองทุนคริปโตที
่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สำหรับนักลงทุนสถาบันเพียงกองเดียว แต่กลับขึ้นชื่อเรื่องค่าธรรมเนียมที่สูงและการเก็บรักษาที่ขาดความโปร่งใส หาก SEC เปลี่ยนท่าที นักลงทุนอาจได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีต้นทุนต่ำกว่าและโปร่งใสมากขึ้นเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกฝ่ายที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องนี้ นักวิจารณ์หลายคนเตือนถึงการกำกับดูแลที่หละหลวมเกินไปว่า "ความสมดุลระหว่างนวัตกรรมและการคุ้มครองนักลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ" ครือเกอร์กล่าว "SEC ต้องระมัดระวังว่าจะไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ ๆ ขึ้นมา เช่น ผ่านผู้ให้บริการเก็บรักษาที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเพียงพอ"
น่าสนใจว่า เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ หลายประเทศอย่างสวิตเซอร์แลนด์หรือเยอรมนีได้สร้างกฎระเบียบคริปโตที่ชัดเจนเรียบร้อยแล้ว "หากสหรัฐตามมา จะช่วยเสริมความเข้มแข็งในฐานะศูนย์กลางการเงินโลก" ครือเกอร์กล่าว "มิเช่นนั้น เงินลงทุนจากสถาบันอาจไหลไปยังเขตอำนาจศาลอื่น ๆ แทน"
แม้ SEC จะยังไม่ตัดสินใจอย่างเป็นทางการ แต่การอภิปรายเหล่านี้บ่งชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้น หากเกิดการผ่อนคลายกฎระเบียบขึ้นมาได้ นี่อาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงแค่ตลาดคริปโตเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบการเงินดิจิทัลทั้งหมด
สำหรับนักลงทุนและบริษัทต่าง ๆ สถานการณ์ยังคงน่าติดตาม และอย่างแน่นอนว่า การตัดสินใจของ SEC จะมีผลกระทบในวงกว้าง อาจจะถึงขนาดเริ่มต้นยุคใหม่สำหรับการลงทุนคริปโตโดยสถาบันเลยก็ได้
📰 อ่านต่อ
→ เศรษฐีชาวโปแลนด์กับนาฬิกา 40,000 ยูโร เหตุการณ์คอร์รัปชั่นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนวงการคริปโท→ คริปโตทำให้เกิดบูมภาษี: ชาวอังกฤษเกือบ 250 คนทำกำไรหลายล้านดอลลาร์→ ธนาคารแห่งอังกฤษต้องส่งเสริมนวัตกรรม แต่ความมั่นคงยังคงมาก่อน