แต่สาเหตุของการพุ่งขึ้นครั้งนี้คืออะไร? ตลาดได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่ามีความโหดร้ายกับนักลงทุนสถานะสั้น (short seller) กลุ่มนี้ ซึ่งได้พนันกับการลดลงของราคาในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้พวกเขาต้องสูญเสียเงินไปหลายพันล้านดอลลาร์ จากข้อมูลของ Coinglass มีการล้างสถานะสั้น (forced liquidation) มูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงไม่ใช่เล่น
กลไกของ Short-Squeeze ทำงานอย่างไร?
ลองนึกภาพว่า คุณยืมบิทคอยน์ 1 เหรียญจากเพื่อนของคุณและขายมันทันทีในราคา 50,000 ดอลลาร์ เพราะคุณเชื่อมั่นว่าราคาจะตกลง แต่แล้วบิทคอยน์กลับพุ่งขึ้นถึง 60,000 ดอลลาร์ คุณจึงต้องซื้อกลับมาในราคาที่สูงขึ้น และถ้าคุณโชคร้าย คุณอาจไม่ได้อยู่คนเดียว เพราะนักลงทุนสถานะสั้นหลายร้อยหรือหลายพันคนต่างก็ต้องปิดสถานะเช่นเดียวกัน เมื่อตลาดบังคับให้พวกเขาซื้อคืน บิทคอยน์ก็เกิดกระแสซื้อขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที ผลักดันให้ราคาพุ่งกระฉูด
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง จากข้อมูล Coinglass รายงานว่ามีการล้างสถานะสั้นบิทคอยน์มูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเปรียบเสมือนการระเบิดเขื่อนขนาดใหญ่ให้กระแสน้ำไหลเข้าอย่างฉับพลัน
การฟื้นตัวครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนจริง ๆ หรือ
แค่ความร้อนแรงชั่วครู่?
คำถามใหญ่ที่ตามมาคือ นี่คือจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน หรือแค่แรงกระตุ้นชั่วคราวที่จะทำให้ราคาตกกลับสู่ร่องเดิม?
ในมุมมองของฉัน ผมคิดว่าเป็นทั้งสองอย่างเลยด้วยซ้ำ นับว่าเป็นสัญญาณบวกอย่างมากที่ตลาดแสดงให้เห็นถึงพลังในการฟื้นตัว ซึ่งหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนหลายคนมองว่าเป็นช่วงขาลง และพนันว่าราคาจะตกลงต่อ แต่พวกเขากลับถูกตลาดลงโทษอย่างหนัก ซึ่งเรื่องนี้ก็คล้าย ๆ กับคำพังเพยเก่า ๆ ว่า “หมีและวัวสามารถฆ่าตลาดได้ แต่แร้งจะเข้ามาหลอกกินซากเสมอ” ในครั้งนี้ นักลงทุนสถานะสั้นก็คือแร้งที่ต้องสูญเสียไป
อย่างไรก็ตาม การพุ่งขึ้นเพียงครั้งเดียวหลังจากการทรุดตัวครั้งใหญ่ยังไม่ได้การันตีว่าตลาดจะเข้าสู่ Bull Run อย่างยั่งยืน เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่รุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนทางด้านกฎระเบียบ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาค และความสงสัยของนักลงทุนรายย่อย ยังไม่รวมถึงคำถามว่าการพุ่งขึ้นครั้งนี้เป็นไปตามเทรนด์ทางเทคนิคหรือไม่ เช่น บิทคอยน์อาจจะทดสอบเส้นรับสำคัญและดีดตัวขึ้นมา
บทบาทของนักลงทุนสถาบัน
หนึ่งในปัจจัยที่น่าสนใจของการฟื้นตัวครั้งนี้คือบทบาทของนักลงทุนสถาบัน ซึ่งหลายเดือนก่อนหน้านี้หลาย ๆ แห่งได้ลดสถานะการถือครองบิทคอยน์ลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเรื่องสภาพคล่อง การบริหารความเสี่ยง หรือความกังวลจากสถานการณ์ตลาด แต่ในขณะนี้ ดูเหมือนว่าสภาวะจะเริ่มเปลี่ยนแปลง
นักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ว่า “วาฬ” หรือเจ้าของบิทคอยน์ขนาดใหญ่กำลังเริ่มทยอยสะสมอีกครั้ง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่านักลงทุนสถาบันเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นในตลาดอีกครั้ง และความเชื่อมั่น
📰 อ่านต่อ
→ บิตคอยน์ทะลุ 80,000 ดอลลาร์ – แต่จะเกิดการถดถอยครั้งต่อไปหรือไม่?→ การตรวจสอบบิทคอยน์อย่างรวดเร็วใน 27 มิลลิวินาที? ต้องใช้พลังประมวลผล GPU ถึง 17 ปี→ บิทคอยน์กลับมาแรงบ้างแล้ว – ทำไมกระแสบูมของดัชนี S&P 500 อาจผลัก BTC ขึ้นไปถึง 90,000 ดอลลาร์