สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจเป็นพิเศษคือ พวกเขาไม่เพียงฉลาด แต่ยังอดทนอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขาปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อหลบหนีการตรวจจับ บางครั้งพวกเขาใช้ที่อยู่อีเมล์ที่คล้ายกับของทางการจนแทบจะจำแยกไม่ออก บางครั้งพวกเขาเปลี่ยนตัวเลขเพียงตัวเดียวในหมายเลขบัญชีของใบแจ้งหนี้ – และเงินก็ไปถึงพวกเขาไปเสียแล้ว หลายคณะกรรมการเพิ่งจะรู้ตัวเมื่อช่างฝีมือหรือผู้ส่งมอบโทรศัพท์มาทวงถามเรื่องใบแจ้งหนี้ค้างชำระ
เรื่องที่เจ็บปวดโดยเฉพาะคือ กลุ่มเป้าหมายหลักคือคณะกรรมการบริหารอสังหาริมทรั
พย์ขนาดเล็กและขนาดกลาง ที่มักขาดมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไอทีระดับล่าสุด ผู้กระทำความผิดอาจปฏิบัติการข้ามชาติ และนักสืบก็ยากที่จะตามรอยพวกเขาได้ มีน้อยมากที่เงินที่ถูกขโมยไปจะถูกตามคืนได้ – เพราะพวกโจรปิดร่องรอยอย่างชาญฉลาด
แล้วเราจะทำอย่างไรได้? ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้มาตรการง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพหลายอย่าง ได้แก่
- ใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) สำหรับทุกการชำระเงิน – เหมือนกับว่ามีลูกกุญแจเสริมปิดอยู่
- ยืนยันการเปลี่ยนแปลงในใบแจ้งหนี้ด้วยโทรศัพท์ด้วยตนเอง ฟังดูล้าสมัยแต่ได้ผล
- ฝึกอบรมพนักงานเป็นประจำให้รู้เท่าทันวิธีการหลอกลวง
- ใช้เทคโนโลยีตรวจจับการหลอกลวงด้วย AI – เพราะบางครั้งเครื่องจักรเร็วกว่ามนุษย์
คดีนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า แม้ในด้านที่ดูเหมือนจะปลอดภัยอย่างการทำธุรกรรมทางการเงิน ก็ต้องระมัดระวังอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ธุรกิจดำเนินการผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ บริษัทต่าง ๆ จำเป็นต้องปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง มิฉะนั้น อาจสายเกินแก้ และสิ่งนั้นคือสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นจริง ๆ
📰 อ่านต่อ
→ เกาหลีใต้เปิดตัวโครงการ AI แห่งชาติ: รัฐบาลสนับสนุนการเข้าถึง AI ฟรีสำหรับประชาชน→ Paybis ปฏิวัติการฝาก-ถอนคริปโตด้วยเครือข่ายพันธมิตรใหม่→ เครือข่าย Cronos หยุดชั่วคราวหลังถูกโจมตีโปรโตคอลให้กู้ยืม Tectonic – ขาดทุนหลายล้านดอลลาร์