วิธีการของนักต้มตุ๋น
ทั้งหมดเริ่มต้นด้วยการโทรศัพท์ ผู้หญิงคนนั้นเชื่อว่าสายที่เธอได้รับนั้นมาจากพนักงานธนาคารที่แท้จริง ผู้ต้มตุ๋นใช้กลเม็ดคลาสสิก ได้แก่ การกดดัน เธอถูกบอกว่า "บัญชีของคุณถูกบุกรุก" และถูกขอให้ย้ายเงินของเธอไปยังที่ปลอดภัย โดยไม่ใช่ในบัญชีของเธอเอง แต่เป็นของเหล่านักต้มตุ๋นที่อ้างตัวว่าเป็น "พนักงานธนาคาร" หรือ "เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" และจะนำเงินไปเก็บไว้ในตู้เซฟ
ในหลายขั้นตอน ผู้หญิงคนนั้นได้ส่งมอบสมบัติทั้งหมดของเธอรวมแล้วเกือบ 2 ล้านยูโร เมื่อเธอพยายามเข้าถึงบัญชีของเธอภายหลัง เธอก็พบว่าเงินหายไปแล้ว ตำรวจและ FBI กำลังสืบสวน และคาดว่าน่าจะเป็นแก๊งค์อาชญากรที่เจาะจงเป้าหมายไปที่ผู้สูงอายุหรือคนที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี
---
วิธีป้องกันตัวเองจากเหตุลักษณะนี้
เรื่องเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น แต่เราจะป้องกันตัวเองอย่างไร? นี่คือข้อแนะนำจากประสบการณ์จริง:
- ธนาคารจะไม่ขอข้อมูลส่วนตัวทางโทรศ
ัพท์ ไม่ว่าจะเป็น PIN หรือรหัสเข้าถึง หากใครสักคนขอข้อมูลเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณเตือน
- การโทรกลับหาธนาคารด้วยหมายเลขทางการเป็นสิ่งที่ดีกว่าการเชื่อใจทันที ผู้เสียหายหลายคนมักพบว่า การโทรนั้นเป็นการหลอกลวง
- ความกดดันและรีบเร่งเป็นสัญญาณอันตราย นักต้มตุ๋นต้องการให้คุณทำทันที ให้คุณหายใจลึกๆ และใช้เวลาในการตัดสินใจ
- การส่งมอบด้วยตนเอง? อย่าทำโดยไม่มีการยืนยัน! หากมีคนมาที่ประตูบ้านของคุณและอ้างว่าเป็น "เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" อย่าทำตาม ธนาคารจะไม่มารับเงินด้วยตนเอง
- หากรู้สึกแปลกใจ ให้ดำเนินการทันที หากสงสัย ให้โทรหาธนาคารหรือไปแจ้งความกับตำรวจ ยิ่งทำเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดี
---
บทเรียนสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่านักต้มตุ๋นมีวิธีการที่ชาญฉลาดเพียงใด ผู้สูงอายุซึ่งมักมีประสบการณ์น้อยกับกลเม็ดเหล่านี้จึงมักเป็นเป้าหมายหลักของพวกเขา นี่คือเหตุผลว่าทำไมการให้ความรู้จึงสำคัญมาก พูดคุยกับพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือเพื่อนบ้านของคุณ และเล่าเรื่องหลอกลวงเหล่านี้ให้พวกเขาฟัง บางครั้งคำแนะนำเล็กน้อยก็สามารถปกป้องคนคนหนึ่งจากการสูญเสียครั้งใหญ่ได้
นักสืบยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง บางทีผู้กระทำผิดอาจถูกจับกุมได้ในเร็ววันนี้ จนถึงตอนนั้น ขอให้ทุกท่านระมัดระวังให้มากขึ้น โลกใบนี้เต็มไปด้วยคนดี แต่ก็ยังมีนักต้มตุ๋นที่หมายตาเงินของคุณเอาไว้
📰 อ่านต่อ
→ ธนาคารบล็อกเชน: สถาบันการเงินสหรัฐฯ เปิดตัวเครือข่ายร่วมกันสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล→ ผู้บริหารคริปโตถูกคุกคามด้วยการส่งตัวไปสหรัฐฯด้วยข้อหาฉ้อโกง→ โทเค็นไนซ์ดิพิสิต (Tokenized Deposits) คุกคามเงินกู้ยืม 700,000 ล้านดอลลาร์ของระบบธนาคาร