อย่างไรก็ตาม ในทางที่จริงแล้ว นี่คือความท้าทายที่น่าสนใจอย่างยิ่ง รัฐบาลอังกฤษกำลังมุ่งเน้นที่จะทำให้สหราชอาณาจักรยังคงเป็นผู้นำด้านการเงิน โดยส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์นี้คือ การขยายบทบาทของธนาคารแห่งอังกฤษ (BoE) ซึ่งต่อไปนี้ ธนาคารกลางจะไม่ได้มีหน้าที่เพียงรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินเท่านั้น แต่ยังต้องส่งเสริมการพัฒนาสเตเบิลคอยน์ (Stablecoins) ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่ผูกค่ากับสินทรัพย์ที่มีความเสถียร เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หรือทองคำด้วย
ภาระหน้าที่ทางกฎหมายใหม่สำหรับ BoE
ร่างกฎหมายฉบับนี้ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะถูกนำเสนอต่อ House of Lords (สภาขุนนาง) ในเดือนกันยายน ซึ่งจะทำให้ BoE ได้รับภาระหน้าที่ทางกฎหมายเพิ่มเติม ซึ่งขยายออกไปจากภารกิจเดิมที่เคยมุ่งเน้นไปที่การลดความเสี่ยงระบบและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินอังกฤษ โดยตอนนี้ BoE จะต้องมีบทบาทเพิ่มเติมในการส่งเสริมนวัตกรรมด้วย
นี่ทำให้เกิดคำถามตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น BoE จะจัดการอย่างไรโดยไม่ละทิ้งภารกิจหลักของตน และจะรับประกันได้อย่างไรว่าการส่งเสริมนวัตกรรมคริปโทจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน?
เสถียรภาพยังคงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด
แม้ว่าจะมีภาระหน้าที่ใหม่เพิ่มเติม แต่รัฐ
บาลอังกฤษยืนยันว่าเสถียรภาพทางการเงินยังคงเป็นเป้าหมายสูงสุดของ BoE เหมือนเดิม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เจเรมี ฮันต์ (Jeremy Hunt) ได้กล่าวย้ำเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า แม้รัฐบาลจะเห็นศักยภาพของสเตเบิลคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ แต่ก็ต้องแน่ใจว่านวัตกรรมเหล่านี้จะไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ ๆ ขึ้นมาสู่ระบบการเงิน
BoE ในอดีตเคยแสดงท่าทีค่อนข้างระมัดระวังต่อคริปโทเคอร์เรนซี และด้วยเหตุผลที่ดี เพราะความผันผวนของคริปโท เช่น บิตคอยน์ เป็นที่โด่งดัง และความเสี่ยงต่อนักลงทุนและระบบการเงินนั้นไม่อาจมองข้ามได้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยอมรับว่า สเตเบิลคอยน์อาจมีประโยชน์ในบางด้าน เช่น การชำระเงินข้ามพรมแดน
ความท้าทายด้านการกำกับดูแล
การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จึงนำมาซึ่งคำถามที่น่าสนใจหลายข้อ เช่น BoE จะสามารถรวมภารกิจใหม่เข้ากับกฎหมายและบทบาทเดิมได้อย่างไร และจะรับรองได้อย่างไรว่าการส่งเสริมนวัตกรรมคริปโทจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน?
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการการเงิน (FCA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของอังกฤษ FCA มีหน้าที่รับผิดชอบในการควบคุมบริษัทคริปโทอยู่แล้ว และอาจมีบทบาทสำคัญในการดำเนินการตามภารกิจใหม่ของ BoE
ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การขยายบทบาทของ BoE นั้นเป็นก้าวสำคัญในการทำให้สหราชอาณาจักรเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางการเงิน อย่างไรก็ตาม พวกเขายังเตือนด้วยว่าภารกิจใหม่นี้ต้องการการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างธนาคารกลาง รัฐบาล และหน่วยงานกำกับดูแล
บทบาทต้นแบบระดับโลก?
ด้วยการริเริ่มด้านกฎหมายครั้งนี้ สหราชอาณาจักอาจจะกลายเป็นผู้นำด้านการกำกับดูแลคริปโทเคอร์
📰 อ่านต่อ
→ YZi Labs ลงทุนใน TermMax: การปฏิวัติพันธบัตรออนเชน→ AI ก่อวุ่นวานข้อมูล: เหตุการณ์บุกรุก Hugging Face โดยตัวแทนอิสระ 700 ตน→ AI เอเจนต์เสียสละตัวเองในการทดลองเสี่ยงบน Hugging Face